เหตุการณ์สำคัญ

สรปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-30 ก.ย.58


          การเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในช่วงรายงาน สรุปได้ว่าการจัดการกับปัญหาความรุนแรงใน 3+1 จชต.ของรัฐบาลที่ปรากฏรูปธรรมในลักษณะของการปกป้อง ช่วยเหลือและยกย่อง ผกร.แบ่งแยกดินแดน ได้กระตุ้นให้เกิดความฮึกเหิมก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง และกดดันให้ไทยพุทธกลุ่มน้อยจำต้องออกแสวงหาการช่วยเหลือจากไทยพุทธทั่วประเทศ ท่ามกลางการข่มขู่คุกคามจากคนของรัฐ  ขณะที่แนวร่วม ผกร.ก็ยังคงหลอกล่อและปลุกระดมให้มลายูอิสลามต่อสู้เพื่อแยกตัวออกจากประเทศไทย พร้อมๆไปกับการเรียกร้องให้ต่างชาติเข้าแทรกแซงร่วมแก้ปัญหา 3 จชต. หากการเคลื่อนไหวลดความเข้มข้นลง จากสถานการณ์หลายประการไม่เอื้ออำนวย อาทิ แนวโน้มความล้มเหลวในการเจรจาสันติภาพ  ความขัดแย้งระหว่างนิกาย  แนวโน้มความพยายามร่วมมือต่อต้านอิสลามของกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่อิสลาม

รัฐบาลกับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงความรุนแรง

          การสื่อที่ทำให้เกิดความเข้าใจว่า รัฐบาลและกลไกในมือของรัฐ พยายามที่จะเปลี่ยน ‘‘ผิดให้เป็นถูก” เพื่อปกป้องและช่วยเหลือ ผกร.แบ่งแยกดินแดน ที่ไล่ล่าฆ่าคนบริสุทธิ์  ไม่ว่าจะเป็นการพยายามชี้นำให้การระเบิดที่ราชประสงค์ เมื่อ 17 ส.ค.58 เป็นความขัดแย้งทางการเมืองเพื่อไม่ให้มีการโยงใยมาถึง ผกร.ในภาคใต้  การช่วย ผกร.ให้พ้นผิดด้วยการ ‘‘ฟอก” ให้เป็นแค่ผู้เห็นต่าง การมุ่งมั่นปล่อยตัวแกนนำ ผกร.แบ่งแยกดินแดนให้พ้นโทษก่อนกำหนด หรือการเชิญหน.กลุ่มแบ่งแยกดินแดนให้มาเป็นผู้บรรยายในสถาบันการศึกษาของประเทศไทยอย่างท้าทายยิ่ง .....กำลังเกิดความสับสนและสิ้นศรัทธาของชาวบ้าน โดยเฉพาะบรรดาครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ที่ถูกคนกลุ่มนี้ไล่ล่าสังหารมาแล้วถือได้ว่าเป็นการเหยียบย่ำและท้าทายต่อความรู้สึกอย่างยิ่ง ที่สำคัญคือ เป็นการกระตุ้นให้ ผกร.แบ่งแยกดินแดนมีความฮึกเหิมและก่อเหตุอย่างไม่หยุดยั้ง

การตรวจค้น/จับกุมและการก่อเหตุ

          ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับรูปธรรมการปฏิบัติ 2 มาตรฐานในลักษณะ ‘‘กม.ไทยมีไว้บังคับใช้กับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธเท่านั้น” และการตรวจค้นจับกุมซึ่งเป็นมาตรการที่สามารถสกัดการเคลื่อนไหวก่อเหตุของผกร.ได้อย่างชะงัด ก็ยังดูอ่อนล้าลงอย่างต่อเนื่องและอย่างน่ากังขา ซึ่งเท่าที่รวบรวมได้มีจำนวนเพียง 22 เหตุการณ์ ใกล้เคียงกับ 17 เหตุการณ์ เมื่อ ส.ค.58

โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของยาเสพติดเช่นเดิม

          จากสภาพดังกล่าวส่งผลให้ ในช่วง 1-30 ก.ย.58 จึงยังคงมีการก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง เท่าที่รวบรวมได้ มีจำนวน 44 เหตุการณ์ ซึ่งใกล้เคียงกับ 40 เหตุการณ์ ของ ส.ค.58 นั้น เป็นการมุ่งกระทำต่อเป้าหมายไทยพุทธ 28 เหตุการณ์และอิสลาม 16 เหตุการณ์ ที่สำคัญพบว่าการก่อเหตุกับเป้าหมายไทยพุทธ เป็นไปอย่างโหดเหี้ยม มุ่งมั่นที่จะให้เสียชีวิตและสังหารหมู่ชัดเจน ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส 2 เหตุการณ์ เหตุการณ์แรก กรณีการไล่ล่ากราดยิงหญิงไทยพุทธ จนบาดเจ็บสาหัสและจ่อยิงซ้ำ เมื่อ 14 ก.ย.58 และ   กรณีการระดมวางระเบิดถึง 7 แห่ง  ทำให้ไทยพุทธเสียชีวิต และ บาดเจ็บ  14 ราย  ..... ความสูญเสียของไทยพุทธกลุ่มน้อยประมาณ 10 % จากการเสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่ไม่นับรวมมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สิน เท่าที่รวบรวมได้ มีจำนวน 39 ราย เทียบกับอิสลามประมาณ 90% จำนวน 25 ราย

ความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มน้อยไทยพุทธ

          เมื่อความเจียมตัวยอมอยู่ในโอวาท/ในระบบ 2 มาตรฐานของข้าราชการ ได้นำสู่การทำลายล้างความเป็นไทยพุทธอย่างเมามันจากสิ่งที่เรียกว่า ผกร.แบ่งแยกดินแดน ส่งผลให้ไทยพุทธหลายกลุ่มเริ่มตระหนักถึงจุดวิกฤติที่จำต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากคนพุทธทั่วประเทศ โดยเริ่มอย่างเป็นรูปธรรมจากการเดินเท้าจากปัตตานีขึ้นกรุงเทพฯ ระหว่าง ต้น ส.ค.-ต้น ก.ย.58 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล และคนพุทธภาคอื่นๆได้รับรู้ความทุกข์ยากของพี่น้องชาวพุทธใน3+1จชต. และปลุกให้รับรู้ถึงภัยคุกคามพุทธศาสนา  อย่างไรก็ตาม ความพยายามดังกล่าวของทั้ง 2 คน นอกจากจะไม่สามารถฝ่าแรงต้านของการข่มขู่และขัดขวางจากคนของรัฐได้แล้ว ยังต้องหนีภัยด้วยการออกบวชในทันที ที่กลับถึงบ้านเกิด...... บทเรียนครั้งนี้ ส่งผลให้คนกลุ่มน้อยไทยพุทธใน 3+1 จชต.เกิดความตื่นตระหนก จนต้องเร่งเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อกระจายภัยคุกคามพุทธศาสนาออกสู่ชาวพุทธทั่วประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันและขัดขวางจาก จนท.และข้าราชการในพื้นที่

          ขณะที่สื่อ on line ก็แยกออกมาทำหน้าที่ต่อต้านการแบ่งแยกดินแดน ด้วยการขุดคุ้ยหาเบาะแส และเปิดโปงการเคลื่อนไหวอันเป็นภัยคุกคามของแนวร่วม ผกร.แบ่งแยกดินแดน โดยในช่วงรายงานสื่อให้ความสนใจในประเด็นการพยายามหลอกล่อ และปลุกระดมสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นมลายูอิสลามเพื่อนำสู่การเป็นหนึ่งเดียวของมลายูอิสลามที่จะต้องต่อสู้เพื่อแยกตัวออกจากประเทศไทย พร้อมกับปลุกให้ตระหนักถึงอันตรายของคำว่า “ปาตานี” และจากพฤติกรรมช่วยเหลือผกร.แบ่งแยกดินแดนของมาเลเซีย

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วม ผกร.แบ่งแยกดินแดน

          ความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วม ผกร.แบ่งแยกดินแดนในภาพรวมลดความเข้มข้นและความถี่ลงโดยเฉพาะกลุ่มที่อ้างเป็นตัวแทนของนักศึกษา  ซึ่งแม้จะมีการเคลื่อนไหวหลอกล่อและปลุกระดมให้มลายูอิสลามต่อสู้เพื่อแยกตัวออกจากประเทศไทย พร้อมๆไปกับการเรียกร้องให้ต่างชาติเข้าแทรกแซงร่วมแก้ปัญหา 3 จชต.อยู่ก็ตาม หรือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลไทยแล้ว จะยังคงยืนยันต้องใช้คำว่า ปาตานี เพื่อจะบ่งบอกว่า มลายูอิสลามไม่ใช่คนไทย ก็ตาม

          สำหรับสาเหตุของการลดบทบาทลงของกลุ่มแนวร่วมผกร.แบ่งแยกดินแดน น่าจะมาจากสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศไม่เอื้ออำนวย อาทิ แนวโน้มความล้มเหลวในการเจรจาสันติภาพ  ความขัดแย้งระหว่างนิกาย  ความเด็ดขาดในการควบคุมการเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังต่างๆ  การจับจ้องจากคนพุทธทั่วประเทศ ที่สำคัญคือต้องระวังควันหลงจากการก่อเหตุที่ราชประสงค์จะวกเข้ามาถึงตัวได้ทุกเมื่อ  ขณะที่ภายนอกประเทศ แกนนำของกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่อิสลาม อาทิ จีน สกรัฐฯ โซเวียต ดูเหมือนว่ากำลังจะต้องหาทางปรองดองเพื่อสกัดภัยคุกคามจากกลุ่มประเทศอิสลาม

......................................................................................................................................


  เหตุการณ์สำคัญก่อนหน้านี้
  สรปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-30 ก.ย.58
สรปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-31 ส.ค.58
สรปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-31 ก.ค.58
สรปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-30 มิ.ย.58
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-31 พ.ค.58
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต.1-30 เม.ย.58
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-31 มี.ค.58
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-28 ก.พ.58
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-31 ม.ค.58
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1--31 ธ.ค.57