เหตุการณ์สำคัญ

สรุปสถานการณ์ 3 จชต.1-31 พ.ค.53


     ภาวะไร้อำนาจรัฐ ที่กระจายไปทั่วประเทศไทย ส่งผลให้ประชาชนต้องปกป้องตัวเองและ จนท.ต้องทำหน้าที่ตามแต่วิจารณญาณและตามความตระหนักของแต่ละบุคคลไปตามลำพัง ทำให้การป้องปรามการก่อเหตุใน 3+1 จชต.สามารถดำเนินไปได้อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ส่งผลให้แนวร่วมจำเป็นต้องพยายามก่อเหตุกับเป้าหมายที่อ่อนแอโดยเฉพาะกับไทยพุทธ เพื่อยันการปฏิบัติของ จนท. ร่วมไปกับการ ลอบวางระเบิดเพื่อให้สอดคล้องกับการก่อเหตุวางระเบิดทั่วประเทศ  อย่างไรก็ตามการก่อเหตุเท่าที่รวบรวมได้ดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากในช่วงเดียวกันของเดือน เม.ย. 53 เท่าใดนัก โดยมีการก่อเหตุทั้งสิ้น 60 เหตุการณ์ แยกเป็นการก่อเหตุใน จ.ยะลา 23 เหตุการณ์  จ.นราธิวาส 19 เหตุการณ์ และจ.ปัตตานี 18 เหตุการณ์ ส่วน จ. สงขลาไม่มีรายงานการก่อเหตุ   ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 111 รายนั้น ส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนไทยพุทธ เช่นเดิม   

      สำหรับการเคลื่อนไหวของแกนนำแนวร่วม และsympathizer แม้จะยังคงมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากในเดือนที่ผ่านมา หากยังคงมีความพยายามเคลื่อนไหวเพื่อนำไปสู่การแยกการปกครองประปรายจากสื่อ และองค์กรเอกชนในรูปของการลงบทความ การให้สัมภาษณ์ และการจัดสัมมนา ซึ่งความพยายามดังกล่าวดูเหมือนว่ากำลังใกล้สู่ความสำเร็จ  โดยมีรูปธรรมที่เห็นได้ชัดขึ้นตามลำดับ  นอกจากนี้ยังพบอันตรายแฝงจากการที่มีเยาวชนจำนวนมากจาก 3+1 จชต. ทะลักเข้าไปเรียนในปอเนาะ ใน จ.สตูล ซึ่งแนวร่วมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐปัตตานีในอดีต และการเข้าแสดงตัวเพื่อความบริสุทธิ์ของราษฏรในพื้นที่ บ.อุแบ  ม.1 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.ยะลา ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องผิดปกติ  อันจะนำไปสู่การละเว้นการเข้าไปตรวจตราของ จนท. หากในพื้นที่นั้นๆไม่มีการก่อเหตุความรุนแรง เช่นเดียวกับการทยอยเข้าประเทศเพื่อลงไปยังชายแดนภาคใต้ ของพม่าอิสลามที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องอย่างน่าวิตก

      ขณะที่รัฐบาลยังคงพยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐที่มีต่อคนส่วนใหญ่ใน 3 จชต.อย่างต่อเนื่องแม้จะลดน้อยลงในช่วงวิกฤติการณ์ทางการเมืองก็ตาม โดยในช่วงรายงาน ผวจ.ยะลาซึ่งดูเหมือนจะนำตัวเองเข้าใกล้ชิดกับผู้นำศาสนา ก็ยังคงรุกคืบซื้อใจผู้นำศาสนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเชิญประชุมเพื่อผลักดันให้ผู้นำทางศาสนาเป็นผู้ดูแลชุมชนของตนเอง

      แนวโน้มของสถานการณ์  เชื่อว่าความสับสนทางการเมืองซึ่งยังไม่น่าจะยุติลงได้ง่ายนัก จะทำให้รัฐบาลไม่มีเวลาที่จะให้ความสนใจความเป็นไปใน 3+1 จชต. อันจะส่งผลให้จนท.สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้คล่องตัวขึ้น  ในการป้องปรามการเคลื่อนไหวของแนวร่วมขณะที่แนวร่วมก็จะต้องพยายามก่อเหตุเพื่อแสดงความคงอยู่ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดและปลอดภัยที่สุดหากส่งผลกระทบรุนแรง คือการลอบวางระเบิด  และการก่อเหตุต่อเป้าหมายที่อ่อนแอ รวมทั้งการก่อกวนทำลายขวัญโดยเฉพาะต่อเป้าหมายไทยพุทธ

      -------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 


  เหตุการณ์สำคัญก่อนหน้านี้
  สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-30 พ.ย.57
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-31 ต.ค.57
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-30 ก.ย.57
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-31 ส.ค.57
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-31 พ.ค.57
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-30 เม.ย.57
สรุปสถานการณ์ 3+1 จขต. 1-31 มี.ค.57
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-28 ก.พ.57
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต. 1-31 ม.ค.57
สรุปสถานการณ์ 3+1 จชต.1-31 ธ.ค.56